ครั้งแรกของโลกกับ HP Elite x2 ที่ผสานระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ความสามารถด้านการจัดการ การบริการ และดีไซน์ที่สวยงามเข้าไว้ด้วยกัน

เอชพี อิงค์ เปิดตัว HP Elite x2  แท็บเล็ตที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้งานอย่างครบครัน เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในแบบโน๊ตบุ๊คและความสะดวกสบายอีกขั้นในแบบแท็บเล็ตที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานที่ต้องการความคล่องตัว

นายปวิณ วรพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เราออกแบบ HP Elite x2  ให้มีรูปทรงบาง เบา และทรงประสิทธิภาพ มีความเรียบง่ายและหรูหราในรูปแบบแท็บเล็ตที่ผู้ใช้งานจะต้องชอบ และมาพร้อมกับคีย์บอร์ดที่สามารถถอดออกได้ รวมถึงปากกาคุณภาพสูง ทนทาน พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยและความสามารถในการจัดการ ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรกำลังมองหาเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัวไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม”

มิติใหม่แห่งดีไซน์และประสิทธิภาพการทำงาน

Elite x2 ผลิตภัณฑ์ดีไซน์เหนือระดับจาก เอชพี รังสรรค์จากวัสดุอลูมิเนียม CNC ที่เน้นความสวยงามของรูปทรง มีขนาดบางเพียง 8.1 ม.ม.1 ขณะที่ตัวแท็บเล็ตมีน้ำหนักน้อยกว่า 840 กรัม2และมีขาตั้งแบบบิวท์อิน ปรับการวางได้ 150 องศา ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับหน้าจอตั้งขึ้นทำมุมกับคีย์บอร์ดเพื่อรับชมและพิมพ์งานหรือวางนอนในแนวราบเพื่อพิมพ์งาน ขนาดหน้าจอ 12 นิ้ว แสดงผลในระบบ Full HD อัตราส่วน 3: 2 หน้าจอป้องกันแสงสะท้อน และปรับหน้าจออัตโนมัติตามสภาพแสงที่แตกต่างกัน

ประสิทธิภาพการทำงานถือเป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์สำหรับคนทำงานที่ต้องการความคล่องตัว Elite x2 จึงได้รับการพัฒนาให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น3 ทำงานบนระบบปฎิบัติการ Windows 10 พร้อมหน่วยประมวลผล Intel® Core™ M vPro™ รุ่นที่ 6 ซึ่งขับเคลื่อนประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดด้วยระบบประหยัดพลังงาน4 และเทคโนโลยี SSD ที่สามารถระบายความร้อนโดยไม่ใช้พัดลมและสร้างประสบการณ์ในการใช้งานแบบไร้เสียงรบกวน Elite x2  ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานและลูกค้าได้อย่างง่ายดาย ด้วยระบบการปรับเสียงคุณภาพจาก Bang & Olufsen และซอฟต์แวร์ที่ช่วยลดเสียงรบกวนของเอชพี เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมทางโทรศัพท์สามารถได้ยินและรับฟังเสียงที่มีความคมชัดและคุณภาพยอดเยี่ยม

เช่นเดียวกันกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในรุ่น Elite ของ เอชพี  Elite x2 ถูกสร้างขึ้นให้มีความทนทานใช้งานได้ยาวนาน และได้รับการออกแบบ ผ่านการทดสอบมาตรฐาน MIL-STD5 เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมของการใช้งานทางธุรกิจ นอกจากนี้ ยังผสานคุณสมบัติที่เพิ่มความทนทาน ด้วยสกรีน Corning®Gorilla® Glass 4 และอลูมิเนียม อัลลอย สองชั้น เพื่อทำให้เกิดความสมดุลทั้งในแง่ของความแข็งแรงและน้ำหนัก

Elite x2 มาพร้อมกับพอร์ตรองรับการใช้งานอุปกรณ์เชื่อมต่อที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้งานในองค์กร ได้แก่  USB-C™ Thunderbolt™ 3 และพอร์ต USB-A  นอกจากนี้ยังผนวก 4G LTE Modemแบบบิวท์อินเข้ามาเป็นออพชั่นเสริม ทำให้สะดวกสบายสำหรับการเชื่อมต่อใช้งานได้ทุกที่ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งตัวกลางในการเชื่อมต่อใดๆ ทั้งสิ้น6 พร้อมด้วยการขับเคลื่อนประสิทธิภาพจากผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีชั้นนำในอุตสาหกรรมจาก Qualcomm Technologies โดยมี Qualcomm® Snapdragon™ X5 LTE ทำให้เชื่อมต่อได้รวดเร็วและต่อเนื่อง ตลอดจนทำงานรองรับเครือข่าย3G/4G

เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์เนื้อหาต่างๆ ได้อย่างไม่มีสะดุด Elite x2 มาพร้อมกับ HP Active Pen ปากกามาตรฐานอุตสาหกรรมจาก WACOM technology ซึ่งเป็นตัวช่วยพื้นฐานสำหรับการทำงาน โดยปากกานี้ได้ผสานการทำงานของเซ็นเซอร์บังคับทิศทางการเคลื่อนไหว เพื่อควบคุมความกว้างของเส้นขณะที่เขียนหรือวาดบนหน้าจอ พร้อมปุ่ม App Launch บนปากกาทำงานผ่าน Bluetooth® ทำให้สามารถคลิกเพื่อใช้งาน OneNote หรือแอพพลิเคชั่นโปรดอื่นๆ บนวินโดวส์ได้

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มผู้ใช้งาน Elite x2 มาพร้อมกับคีย์บอร์ดเรืองแสงขนาดมาตรฐานสองแบบให้ผู้ใช้งานระดับองค์กรได้เลือกใช้ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในแบบที่ไม่มีใครเหมือน7 คีย์บอร์ดทั้งสองแบบพัฒนามาจาก HP EliteBook Folio 1020 โดยฐานชั้นในนั้นทำจากอลูมิเนียมจึงมีความแข็งแรงคงทนกว่าคอมพิวเตอร์พกพาแบบดั้งเดิม คีย์บอร์ดทั้งสองแบบ ประกอบไปด้วย HP Advanced Keyboard ที่มาพร้อมกับระบบเซ็นเซอร์ NFC ในทัชแพ็ด และสมาร์ทการ์ดรีดเดอร์แบบบิวท์อินเพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยในการเข้าใช้งานได้ดียิ่งขึ้น หาก HP Advanced Keyboard ถูกตัดสัญญาณการเชื่อมต่อ Elite x2 จะออกจากระบบโดเมนโดยอัตโนมัติ เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูล8 และ HP Travel Keyboard เป็นคีย์บอร์ดที่บางกว่า โดยมีน้ำหนักเพิ่มจากเดิมเพียง 395 กรัม แต่ยังคงขนาดมาตรฐาน1.5 มม. ของคีย์บอร์ดสำหรับเดินทาง และมีคลิกแพ็ด ที่ช่วยสร้างสรรค์งานได้ตามที่ต้องการไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม

เพื่อการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ Elite x2  มาพร้อมกับอุปกรณ์ dock เสริม ที่รวมช่องเสียบต่างๆ ทั้งแบบมีสายและแบบไร้สายให้เลือกใช้งาน 3 รูปแบบ โดยพอร์ตThunderbolt 3 ของ Elite x2 ง่ายต่อการเชื่อมต่อเข้ากับ HP Elite USB-C Docking Station สำหรับจอแสดงผลระดับ 2K หรือ HP Elite Thunderbolt 65W สำหรับจอแสดงผลระดับ 4K ซึ่ง Elite x2 ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ HP Advanced Wireless Docking Station ผ่านเทคโนโลยี WiGig ที่ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อไร้สายเข้ากับเครือข่าย จอแสดงผลภายนอก และอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว9 และด้วยคุณสมบัติของพอร์ต USB-C™ ที่ช่วยขับเคลื่อนพลัง ทำให้ผู้ใช้งานชาร์จเครื่องได้อย่างมั่นใจตลอดวันทำงาน และยังสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนรวมถึงอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ได้เช่นกัน

แท็บเล็ตที่ใช้งานได้อย่างครบครันจนสาวกไอทีต้องติดใจ

ระบบรักษาความปลอดภัยและความสามารถในการจัดการเป็น 2 ปัจจัยหลัก ที่ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจด้านไอทีในองค์กรให้ความสำคัญ เพราะจะช่วยให้ผู้ใช้งานในองค์กรทำงานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ Elite x2 จึงเป็นแท็บเล็ตแรกที่ได้รับการออกแบบโดยผนวกการรักษาความปลอดภัยในระดับไบออส เข้ากับ HP Sure Start , หน่วยประมวลผล Intel® Core™ M vPro™ซึ่งเป็นออพชั่นเสริม และจุดบริการสำหรับดูแลรักษาผลิตภัณฑ์ที่ง่ายต่อการเข้าถึง11

Elite x2 ติดตั้งความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยต่างๆ แบบบิวท์อิน ได้แก่ HP Sure Start with Dynamic Protection, HP Client Security, TPM และออพชั่นเสริมอย่างเครื่องอ่านลายนิ้วมือหรือสมาร์ทการ์ดรีดเดอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องตัวอุปกรณ์ ,ข้อมูล และตัวตนของผู้ใช้งาน ที่สำคัญหน่วยประมวล Intel Core™ M vPro™ ยังช่วยให้ฝ่ายไอทีสามารถทำหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพและจัดการการทำงานของ Elite x2 ผ่านเครือข่ายทั้งแบบมีสายหรือไร้สาย พร้อมกับการปรับปรุงฮาร์ดแวร์ตัวอื่นๆ12

 ปัจจุบันบุคลากรในองค์กรยุคใหม่ต้องการดีไวซ์ที่สามารถใช้งานได้ทุกที่ มีความคงทนและสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ในส่วนของขาตั้งนั้น ผู้ใช้งานยังสามารถถอดออกได้เอง เพียงแค่ดึงสกรูที่ยึดเอาไว้ 2 ข้างออกเท่านั้น Elite x2 ยังได้รับการออกแบบให้ผู้ใช้ดูแลรักษาง่าย ลดปัญหาเครื่องหยุดทำงานกลางคันและรักษาประสิทธิภาพการทำงานให้ผู้ใช้งาน ดังนั้นหากผู้ใช้จำเป็นต้องซ่อมแซมอุปกรณ์บางอย่าง เช่น แบตเตอรี่, LCD/touch module, หน่วยจัดเก็บข้อมูล, system board, WLAN และ WWAN modules สามารถนำมาซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ผ่าน HP self-maintainers หรือ service technicians ซึ่งจะช่วยให้ฝ่ายไอทีจะสามารถรักษาประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ใช้ โดยไม่ต้องเสียเวลาและประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงผลิตภัณฑ์ เพียงถอดหน้าจอออกและเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในเครื่อง

เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน Elite x2 ร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานดั้งเดิม HP มีบริการช่วยเหลืออย่างเต็มรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมงใน180 ประเทศ ผ่าน 230,000 คู่ค้า โดยสามารถซื้ออุปกรณ์จากรายการสินค้าทั่วโลก กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ยังได้รับการอำนวยความสะดวกผ่านการสั่งซื้อด้วยรหัสรายการสินค้าเลขหมายเดียวแทนการใส่ทั้งรหัสประเทศและตัวเลขชิ้นส่วนต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และการให้บริการเฉพาะชิ้นส่วนยังสามารถสั่งซื้อได้ทุกประเทศทั่วโลกอีกด้วย

ราคาและการจัดจำหน่าย

HP Elite x2 1012 จะวางจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ราคาเริ่มต้นที่ 34,990 บาท

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HP รุ่น Elite x2 ที่ www.hp.com/go/elitex21012.

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*