เจ มา ร์ท กรุ๊ป เดินทัพลุยธุรกิจปีวอก ผนึกกำลังสร้าง ความ แข็ง แกร่ง มั่นใจรายได้รวมโต 30%

เจ มาร์ท กรุ๊ป เดินทัพลุยธุรกิจปีวอก ผนึกกำลังสร้าง ความแข็งแกร่ง มั่นใจรายได้รวมโต 30%

เจมาร์ท กรุ๊ป  เปิดแผนธุรกิจปีวอก ผนึกกำลังบริษัทในเครือ  นำจุดแข็งสร้างบริการที่ดีมอบให้ลูกค้า มั่นใจรายได้รวมทั้งกรุ๊ปปีนี้โตกว่า 30% ทะลุเป้าถึง 13,300 ลบ. ด้าน เจมาร์ท ช็อป พร้อมจัดเต็มสินค้า-บริการ รับการแข่งขันดุเดือดและการมาของเทคโนโลยี  4G

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า ในปี 2559 นี้กลุ่มบริษัทเจมาร์ทได้วางแผนการดำเนินธุรกิจ ด้วยการผนึกกำลังของบริษัทในเครือที่มีความแข็งแกร่งด้านต่างๆ ดังนี้ เจมาร์ท ผู้นำทางด้านธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยช่องทางการจัดจำหน่ายกว่า 260 สาขา, บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ผู้นำทางด้านบริหารหนี้สิน และธุรกิจสินเชื่อ, บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการบริหารจัดการพื้นที่เช่าภายในศูนย์การค้า และเป็นนักพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, บริษัท เจมาร์ท โฮลดิ้งส์ จำกัด กับธุรกิจการลงทุนในประเทศเมียนมาร์ และ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดเครือข่ายขายตรงพร้อมบริการด้านสินเชื่อและเช่าซื้อสำหรับผู้ บริโภค โดยบริษัท ในกลุ่มเจมาร์ทจะชูจุดแข็งด้านค้าปลีกที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายแข็งแกร่ง ทั่วประเทศ ด้วยข้อเสนอจากกลุ่มบริษัทที่จะมอบให้แก่ลูกค้า และคาดว่ารายได้รวมทั้งกลุ่มเจมาร์ทในปีนี้จะอยู่ที่ 13,300 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 30%

สำหรับแนวโน้มตลาดโทรศัพท์มือถือในปีนี้ หลังจากการประมูลใบอนุญาตใช้คลื่น 1800 MHz และคลื่น 900 MHz เพื่อให้บริการเทคโนโลยี 4G ของกสทช.เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้น ตลาดมือถือให้คึกคักมากขึ้น จนถึงสิ้นปีคาดว่าตลาดรวมจะอยู่ที่ 22 ล้านเครื่อง ขณะที่ธุรกิจเจมาร์ท ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์เสริมชั้นนำของเมืองไทย ได้เตรียมความพร้อมการให้บริการ 4G อย่างเต็มที่ โดยจับมือกับโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ราย ในการมอบข้อเสนอแพ็กเกจ 4G ให้กับลูกค้า พร้อมทั้งเตรียมพื้นที่ภายในช็อปสำหรับโอเปอร์เรเตอร์ เพื่อสร้างการรับรู้ และอบรมพนักงานขายเพื่อสามารถให้ข้อมูลกับลูกค้าได้ดีที่สุด รวมถึงจะมีสินค้าใหม่ที่รองรับเทคโนโลยี 4G เข้ามาหลากหลายรุ่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับข้อเสนอผ่อนนานให้กับลูกค้า ผ่านโปรแกรม “เจมันนี่” เพื่อให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของมือถือได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังได้เพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาตอบสนอง ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั้งในกลุ่มแกดเจ็ท (Gadget), สินค้าสวมใส่ (Wearable), สินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฮม (Smarthome) และล่าสุดได้เริ่มวางจำหน่าย สินค้ากลุ่มกล้องถ่ายรูป โดยจะเน้นกล้องประเภทมิลเลอร์เลส (Mirrorless) ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการที่ในเจมา ร์ท ช็อป ได้มากยิ่งขึ้น จะส่งผลให้ยอดขายในแต่ละสาขาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในปีนี้ได้วางงบประมาณไว้ที่ 100 ล้านบาท สำหรับการขยายสาขาใหม่ ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เตรียมเปิดเพิ่มอีก 20 สาขา แบ่งเป็น ในห้างสรรพสินค้าที่เปิดใหม่, โมเดิร์นเทรด ที่มีศักยภาพ รวมถึงการเปิดแบรนด์ช็อปร่วมด้วย ปัจจุบันมีสาขากระจายทั่วประเทศ 260 สาขา และการรีโนเวท เจมาร์ท ช็อปให้มีความทันสมัยมากขึ้น อีกทั้งได้เตรียมปรับดิสเพลย์ภายในร้านเพื่อรองรับ สินค้ากลุ่มใหม่ๆ อีก 20 สาขา ในส่วนการจัดงาน เจมาร์ท โมบายโชว์นั้น ได้เตรียมแผนการงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี  โดยแบ่งเป็น การจัดงานใหญ่ 5 งาน, การจัดอีเว้นท์ อื่นๆอีก 25 งาน และการจัดอีเว้นท์ภายในร้าน ซึ่งได้เตรียมงบประมาณการจัดงานไว้ 40 ล้านบาท  พร้อมทั้งเตรียมรองรับธุรกิจออนไลน์ โดยได้จดทะเบียนบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ “สมาร์ทไอเท็ม” เพื่อทำธุรกิจด้านออนไลน์ Market Place และจากการทำตลาดในช่องทางต่างๆ บริษัทฯเจมาร์ท ในปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 30% หรือมีรายได้อยู่ที่ 12,500 ล้านบาท

ด้านนาย ปิยะ พงษ์อัชฌา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ได้เปิดเผยว่าในปี 2559  เจเอ็มทีฯ จะซื้อหนี้เข้าพอร์ตครบ 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้เจเอ็มที ฯ เป็นบริษัทฯ ที่รับซื้อหนี้สินเชื่อรายย่อยที่มีพอร์ตใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยทั้งนี้ในปี 2559  ยังแตกไลน์ธุรกิจผ่านบริษัทย่อย คือ บริษัท เจเอ็มที พลัส จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้แบรนด์ เจ มันนี่ (J-Money) โดยพร้อมให้บริการปล่อยกู้กับลูกค้ารายย่อยทั่วไป ในวงเงิน 2,000 ล้านบาท ในปี 2559 หวังดันรายได้โต 15%

ด้านนาย สุพจน์ วรรณา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน)   กล่าวว่า ทิศทางในปี 2559 บริษัทฯมีเป้าหมายในการเปิดสาขาของทั้งสามธุรกิจหลักไม่น้อยกว่า 10 สาขา ได้แก่ IT Junction ไม่น้อยกว่า 8 สาขา และเตรียมเปิดตลาด J night 1 สาขา รวมทั้งการเปิดศูนย์การค้าชุมชน THE JAS สาขา ศรีนครินทร์  ในปีนี้ โดยบริษัทตั้งงบลงทุนในปีนี้ไว้ ไม่น้อยกว่า 650 ล้านบาท เพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ของกำไร และรายได้ ขององค์กร ตั้งเป้ารายได้เติบโต 30%

Leave a Comment