Radeon Pro Duo

Radeon Graphics: เมื่อความเร็วและความละเอียดอ่อนมาบรรจบกันในยุค DirectX12

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ AMD ได้ก้าวเป็นผู้นำในยุคแห่ง DirectX 12 นวัตกรรมเกมและเอ็นจิ้น รองรับการทำงานบนกราฟฟิกการ์ด Radeon บนสถาปัตยกรรม Graphics Core Next (GCN)

“DirectX 12 พร้อมแล้วที่จะปฏิวัติวงการพีซีเกมมิ่ง โดยมีกราฟิกการ์ด Radeon เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาและพร้อมให้เพลิดเพลินไปกับคอนเทนต์ชั้นยอด” Roy Taylor รองประธานกรรมการ ฝ่าย Content และ Alliances ของ AMD กล่าว “ด้วยพันธมิตรด้านคอนเทนต์อันน่าตื่นตาตื่นใจ และสถิติเฟรมเรทอันเหนือชั้น ทำให้ Radeon เป็นโซลูชั่นที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานด้าน DirectX เกมมิ่งรุ่นล่าสุดและดีที่สุดได้อย่างอย่างครอบคลุม”

“DirectX 12 เป็น API ที่มี overhead ต่ำ เหมาะสำหรับนักพัฒนาและเกมเมอร์” Bryan Langley Principal Program Manager แห่ง Microsoft กล่าว “AMD เป็นพันธมิตรหลักของ Microsoft ที่จะช่วยผลักดันการใช้งาน DirectX 12 ให้เกิดขึ้นจริง และยังริเริ่มการใช้งาน GCN Architecture เพื่อให้เป็นขุมพลังสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการใช้ DirectX 12 ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

เกมที่กราฟิกการ์ด Radeon รองรับมีดังนี้

 

  • Ashes of the Singularity โดย Stardock and Oxide Games
  • Total War: WARHAMMER โดย Creative Assembly
  • Battlezone VR โดย Rebellion
  • Deus Ex: Mankind Divided โดย Eidos-Montréal
  • Nitrous Engine โดย Oxide Games

Total War: WARHAMMER

Total War: WARHAMMER เกมวางแผนกลยุทธ์แนวแฟนตาซี ได้รวมเอาเกมแนว turn-based ที่เกี่ยวกับการสร้างเมือง ที่มีฉากหลังเป็นการสู้รบกันในโลกแห่ง Warhammer Fantasy Battles  นอกจากนี้การต่อสู้อันยาวนานที่ต้องใช้ unit count ที่สูง เป็นตัวอย่างสำหรับการใช้งาน GPU แบบ multi-threading จาก Radeon graphics และ DirectX 12 ได้เป็นอย่างดี  การรองรับ DirectX 12 asynchronous compute จะช่วยส่งเสริมการตัดสินใจของ AI ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและส่งเสริม latency ต่ำ

Battlezone VR

Battlezone VR ได้รับการออกแบบสำหรับอุปกรณ์เสมือนจริงรุ่นใหม่ จะให้คุณแวดระวังกับภัยต่างๆในสนามรบ และให้เพลิดเพลิดไปกับมุมมองภาพที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ และการต่อสู้อย่างเข้มข้นที่จะทำให้คุณหยุดหายใจ สัญชาตญาณของคุณจะตอบสนองต่อภัยต่างๆในสนามรบในขณะที่ศัตรูกำลังคืบคลานเข้ามาหา พร้อมกับเสียงกระหน่ำปืนเป็นระยะ AMD และ Rebellion ได้ทำงานร่วมกันเพื่อให้ผู้ใช้งาน Radeon™ ได้ประโยชน์สูงสุดจากการเรนเดอร์ที่มี latency ต่ำของ DirectX® 12 ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อเทคโนโลยีเสมือนจริง

Ashes of the Singularity

AMD ได้ร่วมมือกับ Stardock และ Oxide อีกครั้งหนึ่งในการพัฒนา Ashes of the Singularity เกมกลยุทธ์แบบเรียลไทม์นี้มีฉากหลังที่เกิดขึ้นในอนาคต ให้คำจำกัดความใหม่ของ RTS ที่มาพร้อมกับสเกลใหม่โดย Nitrous engine ของ Oxide Games’  ความร่วมมือดังกล่าวทำให้  Ashes of the Singularity เป็นเกมแรกที่ปล่อยออกมาที่มีความสามารถในการ benchmarking ของ DirectX 12

Deus Ex: Mankind Divided

   Deus Ex: Mankind Divided เกมภาคต่อของ Deus Ex: Human Revolution สร้างมาจาก เกมเพลย์แบบ action-RPG based เพื่อประสบการณ์แบบ immersive ขั้นสูงสุด  AMD และ Eidos-Montréal ได้ทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนานในการสร้างและปรับปรุง DirectX 12 ซึ่งรวมไปถึงการรองรับฟีเจอร์ GPU Open อย่าง Pure Hair ซึ่งสร้างมาจาก TressFX Hair และรองรับฟีเจอร์เฉพาะของ Radeon อย่าง asynchronous compute

Nitrous Engine

ผู้ใช้งานกราฟฟิกการ์ด Radeon ได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพของ DirectX 12 และเทคโนโลยีเรนเดอร์ใน Ashes of the Singularity ผ่านทาง DirectX 12 Nitrous Engine และเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเปิดตัว  Benchmark 2.0 เพื่อรองรับ DirectX 12 asynchronous compute กราฟฟิกการ์ด Radeon

Stardock, Oxide และ AMD กล่าวว่า Nitrous Engine จะยังคงทำธุรกิจแบบแฟรนไชส์ต่อไป โดยจะเริ่มจาก Star Control และต่อไปจะเป็นเกมที่เกี่ยวกับการวางแผน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ ทั้ง Stardock, Oxide และ AMD จะยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาใช้กราฟิกการ์ดที่สั่งการได้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Premiere Rendering Efficiency with DirectX 12 Asynchronous Compute

เอฟเฟคสำคัญๆของพีซีเกมมิ่งอย่าง เงา แสง AI การเคลื่อนไหว และเลนส์เอฟเฟคมักจะต้องประมวลผลหลายขั้นตอนก่อนที่จะเรนเดอร์ภาพผ่านทางกราฟฟิกการ์ด

เมื่อก่อนการประมวลผลจะเกิดขึ้นเป็นลำดับขั้น กราฟฟิกการ์ดจะปฎิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนของ API ในการเรนเดอร์ตั้งแต่ต้นจนจบ  หากมีการล้าช้าตั้งแต่ตอนต้น ก็จะส่งผลให้เกิดความล้าช้าในขั้นต่อไป  ซึ่งเรียกว่า bubbles ซึ่งจะหยุดการทำงานครู่หนึ่งเมื่อฮาร์ดแวร์ในกราฟฟิกการ์ดหยุดทำงานเพื่อรอคำสั่งการ  

สิ่งที่ Radeon GPUs แตกต่างจากค่ายอื่นๆ ก็คือความสามารถของ Graphics Core Next architecture ในการเรียกใช้การประมวลผลจากเกมเอ็นจิ้นเพื่อลดช่องว่างของ bubble ยกตัวอย่างเช่น หากมี bubble เกิดขึ้นระหว่างการเรนเดอร์แสงที่มีความซับซ้อน  กราฟฟิกการ์ด Radeon จะไปลดช่องว่างด้วยการประมวลผลแบบ AI แทน  กราฟฟิกการ์ด Radeon ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนเหมือนในอดีตหรือแบบอุปกรณ์ของค่ายอื่นๆ  แต่จะสามารถทำงานร่วมกันได้เพื่อความลื่นไหล

การลด bubble จะช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้ประโยชน์จากกราฟฟิกการ์ด และจะช่วยปรับปรุง latency และประสิทธิภาพการทำงาน โดยการลดหรือกำจัดดีเลย์ต่างๆที่อาจจะไปหยุดการทำงานของกราฟฟิกการ์ดตัวอื่นๆ  มีเพียง Radeon เท่านั้นที่สามารถรองรับความสามารถนี้ได้ใน DirectX 12 และ VR

เทรนด์ที่ไม่อาจจะต้านทานได้

กราฟฟิกการ์ด Radeon และสถาปัตยกรรม GCN ได้ก้าวขึ้นสูงสู่ตำแหน่งผู้นำด้านแพลตฟอร์ม DirectX 12 สำหรับการผลิตและการใช้คอนเทนต์อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลจากการมีพันธมิตรด้านเกมและเอ็นจิ้น  มีผลการทดสอบประสิทธิภาพของ DirectX 12 ที่ได้ผลออกมาอย่างยอดเยี่ยม และการรองรับฟังก์ชัน DirectX 12 asynchronous compute

การที่เราเป็นผู้นำแห่งยุค API ที่มี overhead ต่ำ เป็นผลจากการที่เราได้นำเสนอสถาปัตยกรรม GCN อย่างต่อเนื่อง และได้สร้างพันธมิตรกับนักพัฒนาเกมในการออกแบบ ปรับใช้ และสร้างความชำนาญด้าน โปรแกรมมิ่งโมเดล Mantle ซึ่งในเวลาต่อมาได้พิสูจน์แล้วว่าการนำ source code รวมทั้ง documentation และ API สเปคที่เป็นแบบเปิดและโปร่งใสเข้าสู่วงการ ทำให้มั่นใจว่าปรัชญาของ AMD ได้สร้างอิทธิพลต่อโครงการที่เป็นเอกในวงการอย่าง DirectX 12.

Leave a Comment