แคสเปอร์สกี้ แลป พบผู้ใช้ออนไลน์ตกเป็นเป้า 48% 11% สูญเงินจากการตกเป็นเหยื่อโจรไซเบอร์

แคสเปอร์สกี้ แลป พบผู้ใช้ออนไลน์ตกเป็นเป้า 48% 11% สูญเงินจากการตกเป็นเหยื่อโจรไซเบอร์

ภัยคุกคามทางการเงินบนโลกออนไลน์มีปริมาณและความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น ผลการวิจัยล่าสุดเรื่อง “Consumer Security Risks Survey From Scared to Aware” จากแคสเปอร์สกี้ แลป และบริษัท บีทูบี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พบว่า ผู้บริโภคจำนวน 48% เป็นเป้าหมายของการถูกหลอกลวงและฉ้อโกง ทำให้ผู้บริโภคเปิดเผยข้อมูลความลับและข้อมูลทางการเงินแก่อาชญากร สิ่งที่น่าตกใจคือผู้บริโภคจำนวน 11% สูญเสียเงินจากการตกเป็นเหยื่อของโลกออนไลน์

จากผลสำรวจพบว่า ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจำนวนเกือบครึ่ง ต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามทางการเงินในช่วงปีที่ผ่านมา ภัยคุกคามเหล่านี้ รวมไปถึง การได้รับอีเมลน่าสงสัยที่อ้างถึงธนาคาร (22%) หรือเว็บไซต์ค้าปลีก (15%) และเว็บเพจที่ถามถึงข้อมูลทางการเงิน (11%)

ในจำนวนของผู้บริโภคที่มีประสบการณ์ภัยคุกคามทางการเงิน มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 6% สูญเสียเงินเนื่องมาจากการถูกหลอกลวงหรือการโกง ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 4% ตกเป็นเหยื่อจากการที่ข้อมูลรั่วไหล ตลอดจนสูญเสียเงินในธนาคาร และผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 3% ที่มีเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) (เช่น เงินตราเสมือน หรือบิตคอยน์) (BitCoin) หรือกองทุน อี-มันนี่ ถูกโจรกรรม ในจำนวนผู้บริโภคทั้งหมด ผู้ใช้งานทั่วโลกจำนวน 11% มีรายงานการเงินที่ถูกขโมยไปจากบัญชีออนไลน์

ผลการวิจัยสามารถประมาณค่าเฉลี่ยเงินที่สูญเสียไปของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายได้ประมาณ 283 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ในขณะที่ผู้ใช้งานจำนวน 1 ใน 5 (หรือ 22%) ต้องสูญเสียมากกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้ใช้งานจำนวนมากกว่าครึ่ง (54%) ที่ได้รับผลกระทบจากการที่เงินสูญหาย สามารถติดตามเอาเงินคืนมาได้ทั้งหมดของที่ถูกขโมยไป และผู้ใช้งานจำนวน 1 ใน 4 (23%) ไม่ได้เงินกลับคืนมา

รอส โฮแกน หัวหน้าแผนกป้องกันการทุจริตระดับโลกของแคสเปอร์สกี้ แลป กล่าวว่า “ความหลากหลายของภัยคุกคามทางการเงินกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการหลวงลวงในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งทางแคสเปอร์สกี้ แลป ได้เริ่มเล็งเห็นอาชญากรรมไซเบอร์ที่ฉ้อโกงและมองหาช่องทางใหม่ที่จะเอาเปรียบผู้บริโภค ดังนั้นการปกป้องผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เมื่อผู้ใช้งานต้องจัดการธุรกรรมทางการเงินออนไลน์หรือคลิ๊กเข้าไปในลิ้งก์ที่น่าสงสัยของธนาคาร แคสเปอร์สกี้ แลป แนะนำผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตว่า ให้ใช้ซอฟต์แวร์ซีเคียวริตี้เพื่อป้องกันภัยคุกคามและเพิ่มความปลอดภัยจากอันตรายที่อาจสูญเสียเงิน” 

รอสเสริมว่า “การที่เงินสูญหายจากการที่ข้อมูลจากสถาบันการเงินรั่วไหล หรือเงินดิจิตอลถูกหลอกลวงไป เป็นช่องทางเป้าหมายที่จะทำเงินได้อย่างมหาศาล ด้วยการขโมยเงินจากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตของนักต้มตุ๋นออนไลน์ แคสเปอร์สกี้ แลป ได้ร่วมทำงานกับสถาบันทางการเงินและธนาคารเพื่อช่วยรักษาประสิทธิภาพในการป้องกันภัย ไม่เพียงแต่การป้องกันการสูญหายที่อาจเกิดขึ้น แต่ยังคงรักษาชื่อเสียงและทำให้ลูกค้าวางใจได้ด้วย สำหรับภัยคุกคามใหม่ๆมี การพัฒนาขึ้นในทุกๆวัน ผู้บริโภคก็คาดหวังว่าเงินจะถูกเก็บรักษาเป็นอย่างดี และมั่นใจได้ว่าเงินและธุรกรรมทางการเงินจะมีความปลอดภัยมากพอ” 

ผลิตภัณฑ์ของแคสเปอร์สกี้ แลป รวมฟีเจอร์ที่จะช่วยปกป้องผู้ใช้งานจากภัยคุกคามต่างๆ ซึ่งผู้ใช้งาน Kaspersky Internet Security จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี Safe Money ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการปกป้องออนไลน์ที่มีความเหมาะสมที่สุด ที่จะช่วยให้การทำธุรกรรมออนไลน์มีความปลอดภัยและช่วยป้องกันไม่ให้เงินสูญหายหรือถูกฉ้อโกง ส่วน Kaspersky Fraud Prevention สำหรับสถาบันทางการเงิน จะช่วยปกป้องลูกค้าและชื่อเสียงขององค์กร จากภัยคุกคามทางการเงินออนไลน์

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*