“ซอฟต์แวร์ ปาร์ค” จับมือ “สามารถ กรุ๊ป” เฟ้น “10 เจ้าของไอเดีย” สู่ “เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี”

เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์ ปาร์ค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ร่วมกับ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกันจัดเวทีนำเสนอผลงาน ในโครงการ Young Technopreneur Meet Investors” หรือ เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีพบนักลงทุน ประจำปี 2559 เพื่อสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีรุ่นใหม่โดยการต่อยอดความคิดให้กับผลงานที่มีความพร้อม มีแนวทางความเป็นไปได้ทางการตลาด เพื่อผลักดันสู่ธุรกิจด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่จับต้องได้และเป็นรูปธรรม โดยมีผู้ประกอบการ เข้าร่วมฟังการนำเสนอผลงานเป็นจำนวนมาก

นายเฉลิมพล ตู้จินดา ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์ ปาร์ค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่าการจัดงานครั้งนี้ เป็นการแสดงผลงานเทคโนโลยีและแผนธุรกิจของผู้เข้าร่วมโครงการฯ โดยนำความรู้ที่เป็นหัวใจของการทำธุรกิจและประสบการณ์ที่ได้จากการร่วมกิจกรรมในโครงการ ผ่านกระบวนการบ่มเพาะธุรกิจ โดยศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (สวทช.) ตั้งแต่เรื่องการจัดตั้งธุรกิจ การเขียนแผน การเจรจาต่อรอง จนถึงการออกไปปฏิบัติจริง มาปรับใช้กับผลงาน และกลับมานำเสนอให้กับนักลงทุนผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ ผู้ทรงอิทธิพลด้านออนไลน์จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ รวมถึงนักลงทุนภาคอุตสาหกรรม และนักลงทุนรายซึ่งล้วนแต่มีประสบการณ์ ความรอบรู้ ที่ต้องการแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีโอกาสเติบโต มาร่วมลงทุนและต่อยอดธุรกิจที่มีอยู่ หรือนำไปขยายตลาดต่อทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ตลอดที่จัดโครงการฯ มาตลอดนั้น มีถึง 15 ผลงาน ที่ก้าวสู่การเป็นนักธุรกิจตัวจริง เกิดการจัดตั้งเป็นธุรกิจเทคโนโลยี เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ และมีอีกกว่า 50 ผลงานที่กำลังพัฒนา และเตรียมพร้อมสู่ตลาดและการจัดตั้งธุรกิจต่อไป 

นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จากัด(มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทสามารถ ได้ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงาน “เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน โดยโครงการฯ ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในโครงการฯที่จัดขึ้นเพื่อให้เกิดการพบปะกันระหว่างนักลงทุนและทีมเจ้าของผลงาน สร้างโอกาสให้เกิดการเจรจาต่อรองทางธุรกิจระหว่างกัน ซึ่งเจ้าของผลงานจะได้มีโอกาสต่อยอดในเชิงพาณิชย์ นักลงทุนมีโอกาสได้พิจารณาผลงานที่มีศักยภาพเพื่อนำไปต่อยอดทางธุรกิจของตน และเป็นการสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในภูมิภาคมากขึ้น

“ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทสามารถได้เริ่มสนับสนุนให้เกิดนักพัฒนาด้านเทคโนโลยีคนรุ่นใหม่มาเป็นเวลาถึง 14 ปี ผ่านโครงการ Samart Innovation Award จนมาถึงปัจจุบันที่ได้จับมือกับสวทช. จัดโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีติดต่อเป็นที่ 5 ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของเรา ที่ต้องการสร้างประโยชน์ให้กับสังคมด้วยการส่งเสริมด้านทักษะความรู้ เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นแนวทางในการสนับสนุน StartUp ในแบบของเรา จึงมุ่งเน้นไปที่  “การบ่มเพาะ”  โดยการเสริมสร้างความรู้ในด้านต่างๆ ที่เป็นหัวใจของการทำธุรกิจ ตั้งแต่เรื่องการจัดตั้งธุรกิจ การเขียนแผนธุรกิจ เทคนิคการนำเสนอผลงาน การเจรจาต่อรอง จนถึงการออกไปปฏิบัติจริง เป็นระยะเวลาถึง 72 ชั่วโมง  เป็นการติดอาวุธและสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับนักพัฒนาไทย เพื่อให้พร้อมในการลงสนามแข่งขันด้านธุรกิจต่อไป”

สำหรับ 10 ผลงานที่เข้าร่วมนำเสนอต่อนักลงทุนครั้งนี้ คัดเลือกจากผลงานที่พร้อมที่สุดทั้งแนวคิดธุรกิจที่ชัดเจนและมีศักยภาพสูงพร้อมต่อยอดทางธุรกิจได้ทันที แบ่งเป็น 4ประเภทเทคโนโลยี ได้แก่ ประเภทเทคโนโลยีเพื่อการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมมี 1 ทีม คือ Beernova วัสดุแทนไม้คุณภาพสูงจากกากเบียร์ ประเภทเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ มี 3 ทีม ประกอบด้วย 1.อะพาร่า ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสกัดจากเซรั่มน้ำยางพารา 2.Zzzleepillow นวัตกรรมหมอนที่ช่วยแก้ปัญหาการนอนไม่หลับ และ3.FitMeUp แอพพลิเคชันช่วยแนะนำการออกกำลังกาย ประเภทเทคโนโลยีเพื่อการพาณิชย์และการขนส่ง มี 3 ทีม ประกอบด้วย 1.Handy Wings ระบบบริหารจัดการงานซ่อมแซมที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร 2.HOPS แอพพลิเคชันช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลการตลาด และ 3.Jord Sabuy บริการที่จอดรถ และประเภทเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มี 3ทีม ประกอบด้วย 1.Gurr.com แพลตฟอร์มเพื่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของนักศึกษา   2.จับจ่าย เทคโนโลยีที่สร้างบัญชีเงินฝากระหว่างนักเรียนกับโรงเรียนด้วยลายนิ้วมือ และ3. มิวอาย เลนส์ที่เปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้เป็นกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งแต่ละผลงานล้วนแล้วแต่อยู่ในกลุ่มที่มีความต้องการในตลาด

อย่างไรก็ตามการนำเสนอผลงานต่อนักลงทุนครั้งนี้ ปรากฎว่า ผลงานที่ได้รับ “รางวัลผลงานที่น่าลงทุนที่สุด” และยังได้รับ “รางวัลขวัญใจสื่อมวลชน” คือ ทีมเบียร์โนวา (Beernova) วัสดุแทนไม้คุณภาพสูงจากกากเบียร์ ซึ่งทำให้กากเบียร์มีสีน้ำตาล ออกมาจากกากเบียร์ แล้วแทนที่ด้วยไอโซซอร์ไบด์โมโนเมอร์ ซึ่งเป็นโพลีเมอร์ของพลาสติกชนิดโพลีคาร์บอเนต ที่คิดค้นขึ้นเป็นพิเศษให้มีความโปร่งแสง 95% เป็นผลิตภัณฑ์วัสดุสังเคราะห์แบบใหม่ที่ยังคงมีคุณสมบัติสำคัญของไม้ทุกประการ แต่โปร่งแสง สำหรับนำไปใช้ทดแทนพลาสติกหรือกระจก แต่มีความแข็งแกร่งกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนทีมที่คว้า “รางวัลนำเสนอผลงานยอดเยี่ยม” คือ ทีมจับจ่าย” เทคโนโลยีที่สร้างบัญชีเงินฝากระหว่างนักเรียนกับโรงเรียนด้วยลายนิ้วมือ เพื่อที่นักเรียนสามารถใช้ซื้ออาหารกลางวัน ซื้อสินค้าในสหกรณ์ หรือลงเวลาเรียนต่างๆ ได้อย่างง่าย สะดวก และปลอดภัย

สำหรับโครงการ Young Technopreneur ปีนี้ ยังต้องค้นหาสุดยอดแผนธุรกิจด้านนวัตกรรม ในรางวัล Samart Innovation Award กันต่อไป โดยผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง 25 ผลงานต้องมานำเสนอผลงานอีกครั้ง และประกาศผลภายในปลายปีนี้ สามารถดูความเคลื่อนไหวของโครงการฯ ได้ที่ www.nstda.or.th/bic และ www.samartsia.com โดยผู้ชนะเลิศสุดยอดนักคิดนักพัฒนานวัตกรรมต้นแบบ หรือรางวัล Samart Innovation Award 2016 จะได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท (รางวัลชนะเลิศ) เงินรางวัล 100,000 บาท สำหรับรองชนะเลิศอันดับ 1 และเงินรางวัล 50,000 บาท สำหรับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 นอกจากนั้น 3อันดับแรกยังได้รับรางวัลศึกษาดูงานต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น รางวัลลำดับที่ 4-25 จะได้รับทุน (Business Startup Funds) ทุนละ 20,000 บาท  รวมมูลค่ารวมทั้งโครงการฯ กว่า1,000,000 บาท เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้เกิด เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี ตัวจริงต่อไป

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*