อุปกรณ์เน็ตเวิร์ค (Network) พื้นฐานภายในบ้าน

ไวร์เลสเราเตอร์ (Wireless Router) เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน เพราะอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานตามบ้านทั่วไปน่าจะเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ 5 อย่างเลี่ยงไม่ได้ และด้วยการพัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในบ้านเราขยายพื้นที่บริการ และความเร็วไปได้เร็วจนน่าตกใจ อินเทอร์เน็ตที่ใช้งานตามบ้านก็ขึ้นต่ำ 30Mbps ในราคาประมาณ 590 บาทต่อเดือน หรือถ้าใครมีกำลังจ่ายรายเดือนพันกว่าบาทนิดๆ ก็จะขยับความเร็วไปได้ถึง 200Mbps ได้สบายๆ เลยทีเดียว เรียกได้ว่าออนไลน์ได้ลื่นๆ ทุกรูปแบบ

แต่สุดท้ายแล้วอินเตอร์เน็ตจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสองปัจจัยหลักๆ นั่นก็คือสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากต้นทาง (ISP) และอุปกรณ์เน็ตเวิร์คปลายทาง ที่อยู่ภายในบ้านเรานั่นเอง ซึ่งในที่นี้เราโฟกัสได้เพียงอุปกรณ์ภายในบ้าน เพราะถ้าอุปกรณ์ที่อยู่นอกบ้านเสีย อินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้เราทำได้แค่โทรฯ แจ้งรายงานปัญหาไปเท่านั้น ไม่สามารถไปเปิดตู้ รื้อสายของเขาได้ และหลายคนมักจะเจอว่าอินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ดี อยากเปลี่ยนเราเตอร์กัน แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเน็ตเวิร์คอะไรมากนัก บางทีไปฟังคนขายหน้าร้านแต่ละที่ก็พูดไม่เหมือนกัน บงีก็งงจนไม่ได้ซื้อ หรือหลงคารมรู้ตัวอีกทีก็จ่ายเงินกลับมาบ้านเรียบร้อย ถ้าโชคดีเอามาใช้งานได้ก็ดีไป แต่บางคนซื้อมาใช้ไม่ได้ก็มี ต้องเสียเวลาเอาไปเปลี่ยนก็มี

ทีนี้เราก็เลยอยากให้ข้อมูลความรูเบื้องต้นเกี่ยวกับอุปกรณ์เน็ตเวิร์คภายในบ้านเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนมักจะได้ยินทั้งจากพนักงานขาย เพื่อๆ หรือหาอ่านข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เพราะบางทีก็พูดทับศัพท์ บางทีก็แปลเป็นไทยทำให้หลายๆ คนยังสับสนอยู่ เดียวเราจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ไม่ได้ลงลึกอะไรให้ซับซ้อนมากนัก เพื่อให้เลือกซื้ออุปกรณ์ได้ตรงกับความต้องการได้ดีที่สุด เวลาไปซื้ออุปกรณ์เน็ตเวิร์คมาใช้งานที่บ้านก็จะบอกคนขายได้ตรงจุด หรือเดินเลือกซื้อเองเลยก็ได้

Network

Wi-Fi

เป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายที่ได้ความนิยมมากสุดในปัจจุบัน เช่น USB Wi-Fi, มือถือเชื่อมต่อไวไฟ โน้ตบุ๊กเชื่อมต่อเน็ตผ่านไวไฟ เป็นต้น โดยทำงานบนคลื่นความถี่ได้ทั้ง 2.4GHz หรือ 5GHz  หรือใช้งานได้ทั้งสองคลื่นความถี่พร้อมกันเรียกว่า Wireless AC

Network

Modem (modulator-demodulator)

เมื่อยุคก่อนเราจะคุ้นเคยกับคำว่าโมเด็มมากๆ เพราะว่าเราจะเล่นอินเทอร์เน็ต 56Kbps ผ่านสายโทรศัพท์ โดยมีตลับแยกระหว่างโทรศัพท์บ้าน และอีกสายลากมาต่อที่เครื่องพีซี ซึ่งตัวโมเด็มจะทำหน้าที่แปลงสัญญาณแอนาล็อคให้เป็นสัญญาณดิจิตอลเพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือถ้าใครต้องการประสิทธิภาพมากหน่อยก็อาจจะมีโมเด็มแบบ External เชื่อมต่อกับพีซีผ่านสาย USB ซึ่งจะมีราคาแพงกว่า แต่ก็มีประสิทธิภาพมากกว่าแบบ Built-in ในตัวเครื่องพีซี

Network

ADSL, VDSL

เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า ADSL หรือ Broadband internet ในปัจจุบัน มีโครงข่ายครอบคลุมเกือบทั่วไปประเทศ (เชื่อมต่อผ่านสายโทรศัพท์เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ต 56K) แต่จะเชื่อมต่อผ่านตัวเราเตอร์แทน ความเร็วเริ่มต้นในปัจจุบันทุกค่ายให้มาที่ 10Mbps/512Kbps (Download/Upload) ในราคาประมาณ 590 บาทต่อเดือน และในปัจจุบันพัฒนามาเป็นระบบ VDSL ซึ่งจะรองรับความเร็วได้มากกว่าระบบ ADSL หลายเท่า (สูงสุด 100Mbps) ลากสายจากชุมสายไปยังซอยลึกๆ ได้ในระยะไกลถึง 1 กิโลเมตร ในยุคนี้เองเราจะได้ยินคำว่าเราเตอร์ (Router) มากขึ้น เพราะสามารถแบ่งการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้คอมพิวเตอร์ได้มากกว่าหนึ่งเครื่องโดยต่อผ่านสายแลน

Network

DOCSIS (Data over Cable Service Interface Specification)

เป็นรูปแบบการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตมาตามสายเคเบิ้ล เดิมเราจะคุ้นเคยกับกล่องรับสัญญาณทีวีบอกรับสมาชิกระบบเคเบิ้ล แต่ในปัจจุบันสามารถส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมาตามสายสัญญาณ RG6 นี้ได้ความเร็วสูงสุด 200Mbps ได้สบายๆ อีกทั้งค่า Latency ก็จะน้อยกว่าอินเทอร์เน็ตระบบ ADSL มากด้สน ทำให้เล่นเกมออนไลน์ได้ไม่สะดุด ผู้ให้บริการบ้านเราที่คุ้นเคยก็จะเป็น trueinternet และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตท้องถิ่นที่ แต่ระบบนี้ก็จะมีข้อจำกัดอยู่ที่ระยะทางการเดินสายจาก Node ไม่ควรเกิน 200 เมตร ส่วนมากจะบริการตามหมู่บ้านเกิดใหม่ และคอนโดในหัวเมืองใหญ่

Network

Fiber optic internet

เป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างแท้จริง ความเร็วที่เปิดให้บริการสูงสุดก็ปาเข้าไปถึง 2Gbps กันเลยทีเดียวกับอินเทอร์เน็ตที่วิ่งตามสายเคเบิ้ลแบบใยแก้วนำแสง นอกจากที่จะเล่นอินเทอร์เน็ตได้แล้ว ยังสามารถดูทีวีผ่านกล่อง Set Top Box ได้พร้อมกันโดยไม่ต้องติดจานดาวเทียมอีกด้วย แต่ว่าพื้นที่ให้บริการยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ

Network

Network

Router

เป็นอุปกรณ์เน็ตเวิร์คที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยทำหน้าสลับสัญญาณให้คอมพิวเตอร์ออกสู่อินเทอร์เน็ต โดยที่ตัวเราเตอร์จะทำหน้าที่แจกที่อยู่ (IP) ให้กับอุปกรณ์ใดๆ ที่เชื่อมต่อผ่านตัวเราเตอร์ เมื่อคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเราเตอร์จะคอยสลับให้แต่ละ IP หรือแต่ละเครื่องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ครั้งละอุปกรณ์เท่านั้น แต่ด้วยความเร็วที่มาก เราจึงรู้สึกว่าทุกอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้พร้อมกัน แม้ว่าตามสเปคแล้วเราเตอร์หนึ่งตัวจะจ่าย IP ให้กับอุปกรณ์ได้มากถึง 255 ชุด แต่พอเอาเข้าจริงๆ ต้องดูส่วนประกอบอื่นๆ ด้วยเช่นความเร็วซีพียู ขนาดความจุของแรม เป็นต้น

Network

Router Modem

ปัจจุบันผู้ให้บริการมักจะแถม Modem Router มาให้พร้อมใช้งานได้เลยในการขอใช้บริการอินเทอร์เน็ต ซึ่งในตัวอุปกรณ์จะมีพอร์ต RJ11 สำหรับเชื่อมต่อสายโทรศัพท์ที่แยกออกมาจากตลับ Splitter ทำหน้าที่แปลงสัญญาณแอนาล็อคให้เป็นสัญญาณดิจิตอล และพร้อมเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทันที ที่ด้านหลังโมเด็มเราเตอร์ส่วนมากจะมีพอร์ตแลน (LAN) มาให้ 3-4 พอร์ตเพื่อลากสายแลนเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่น ที่ต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ง่ายๆ

Network

Network

All-in-One Modem Router

ปัจจุบันเราจะคุ้นเคยกับอุปกรณ์เน็ตเวิร์ตตัวนี้มาก เพราะเป็นการรวมเอาทั้งตัว โมเด็ม + เราเตอร์ + Wi-Fi มารวมไว้ในอุปกรณ์เดียวทำให้ได้รับความสะดวกมากขึ้น ซื้ออุปกรณ์มาตัวเดียวใช้งานได้ครบทุกอย่าง ถ้าใช้งานไม่หนักมาก (ของแถมที่ผู้ให้บริการแถมมา) ก็ถือว่าพอเพียงสำหรับการใช้งานกับ 2-3 อุปกรณ์ เช่นคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง + โทรศัพท์สมาร์ทโฟน 2 เครื่อง เป็นต้น แต่ถ้าใช้งานหนักๆ เช่นโหลดบิท เล่นเกมออนไลน์ ดูหนังออนไลน์ ก็อาจจะเอาไม่อยู่ในระยะยาว เพราะหนึ่งอุปกรณ์ ต้องทำถึง 3 หน้าที่พร้อมกัน ความร้อนสะสมก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้มีโอกาสเครื่องค้าง หรือเล่นเน็ตได้ช้า เป็นต้น

Network

Switch

เป็นอุปกรณ์ช่วยขยายพอร์ตแลนให้มีใช้งานได้มากขึ้น ตั้งแต่ 5-48 พอร์ต โดยมีวงจรตัดต่อทั้งแบบไม่ซับซ้อน (ราคาถูกควบคุมไม่ได้ เสียบแล้วพร้อมใช้งานทันที) และแบบซับซ้อนควบคุมการทำงานแยกความสำคัญในแต่ละพอร์ตได้ และมีราคาแพง ทำให้อุปกรณ์สื่อสารกันได้ทุกเครื่องพร้อมๆ กัน ความเร็วในการเชื่อมต่อของแต่ละเครื่องวิ่งได้เต็มสปีด

Network

Access Point (AP)

ทำหน้าที่คล้ายกับ Switch Hub แต่จะเชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Wi-Fi แทน การติดตั้งใช้งานตัวแอคเซสพอยส์นั้นง่ายมาก เพียงแค่เชื่อมต่อสายแลนเข้ากับแอคเซสพอยส์ (ส่วนมากจะมีพอร์ตเดียว) เพียงเท่านั้นก็พร้อมปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ได้ทันที (ส่วนการตั้งชื่อ Wi-Fi และใส่รหัสต้องดูที่คู่มือเป็นรุ่นๆ ไป) และในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งคลื่นสัญญาณ 2.4GHz และแบบ Wireless AC ปล่อยคลื่นสัญญาณไร้สายได้ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz

Network

Powerline

ทำหน้าที่เปลี่ยนสายไฟในบ้านให้กลายเป็นสายแลน เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้สะดวกทุกที่ โดยมีอุปกรณ์อย่างน้อยสองตัว (ตัวส่ง และตัวรับ) โดยจะสร้างคลื่นความถี่ไปตามสายไฟภายในบ้าน (ส่วนมากจะสร้างที่ความถี่ไม่เกิน 100MHz) แล้วตัวรับความถี่นี้ที่ปลายทางพร้อมจ่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่พอร์ตแลน หรือบางรุ่นก็ออกแบบให้มีสัญญาณ Wi-Fi ในตัว ให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ่นไปอีกไม่ต้องเดินสายแลนให้เกะกะ และความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลก็มีให้เลือกตั้งแต่ 200Mbps -1300Mbps

Network

Wireless AC

เป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ออกแบบให้เชื่อมต่อได้ทั้งคลื่น 2.4GHz และคลื่น 5GHz (บางครั้งก็จะเรียกว่า Dual-band) ได้พร้อมกัน เพื่อแบนด์วิธที่มากกว่า โดยทางเทคนิคแล้วการเชื่อมต่อแบบไร้สายจะเป็นการแบ่งคลื่นกันใช้ เช่น Wireless 300Mbps ถ้ามีอุปกรณ์ไร้สายเชื่อมต่อทั้งหมด 5 เครื่องก็จะใช้งานได้เครื่องละ 60Mbps (อาจจะไม่เป๊ะๆ ขนาดนี้ในการใช้งานจริง) ทำให้การสตรีมมิ่งไฟล์มีเดีย หรือเล่นเกมออนไลน์ที่ต้องใช้แบนด์วิธมากๆ เครื่องอื่นๆ ก็อาจจะช้าแบบทันตาเห็น แต่เมื่อ Wireless AC ที่คลื่น 5GHz จะมีความเร็วเริ่มต้น 433Mbps ทำให้รองรับการใช้งานอุปกรณ์ได้มากกว่า เช่น Wireless AC1200 จะมีความเร็ว 300Mbps ที่คลื่น 2.4GHz และที่คลื่น 5GHz ความเร็ว 867Mbps (ความเร็วรวม 1167Mbps) เรียกได้ว่ารองรับอุปกรณ์ได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

Network

MIMO (multiple-input and multiple-output)

อ่านแบบตรงตัวง่ายก็จะเรียกว่าไมโม เป็นเทคนิคการเพิ่มจำนวนช่องสัญญาณในการรับ-ส่งข้อมูล ด้วยการเพิ่มจำนวนเสาอากาศทั้งที่เครื่องส่ง และเครื่องรับให้มากขึ้นเป็นจำนวนเท่าๆกัน อย่างเช่นถ้าหากเครื่องส่งมีเสาอากาศ 2 ต้น เครื่องรับก็ต้องมีเสาอากาศ 2 ต้นด้วย โดยมีเงื่อนไขว่าการจัดวางตำแหน่งของเสาอากาศทุกต้นของฝั่งเครื่องส่งและเครื่องรับจะต้องมีขนาด และระยะตำแหน่งต่างๆ ที่ตรงกัน จึงจะสามารถรับ-ส่งผ่านช่องสัญญาณทุกช่องได้ สมาร์ทโฟนราคาหลักหมื่นหลายรุ่นออกมารองรับเทคโนโลยีนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

Repeater

 ทำหน้าขยายสัญญาณ Wi-Fi ให้มีความแรงได้ง่ายๆ แก้ปัญหาจุดอับสัญญาณได้ง่าย เช่นวางเราเตอร์ไว้ที่ห้องรับแขกด้านล่าง สัญญาณ Wi-Fi ที่ชั้นสองไม่แรง ก็นำ Repeater ไปขยายสัญญาณ ยิ่งในปัจจุบันพัฒนาระบบการติดตั้งได้สะดวกมาก เพียงแค่กดปุ่มที่ตัวเราเตอร์ แล้วก็มากดปุ่มที่ตัว Repeater เพียงเท่านี้สัญญาณ Wi-Fi ที่เคยรับได้ 1-2 ขีด ก็เพิ่มขึ้นมาเต็มสปีด ออนไลน์อินเทอร์เน็ตได้สะดวกราบรื่นมากขึ้น

นอกจากนั้นทั้งตัวเราเตอร์ และแอคเซสพอยส์ในปัจจุบันยังได้ออกแบบให้ประยุกต์ใช้งานได้มากกว่าหนึ่งฟังก์ชั่น เช่นเราเตอร์สามารถทำหน้าที่เป็นแอคเซสพอยส์ก็ได้ กรณีที่นำเราเตอร์มาเชื่อมต่อซ้อนกันตั้งแต่สองตัวขึ้นไป หรือแอคเซสพอยส์ทำหน้าที่ขยายสัญญาณ Wi-Fi ได้ (Repeater) รับสัญญาณ Wi-Fi มาปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่สายแลนได้ (Client Mode) เพื่อให้ผู้ใช้งานปรับเปลี่ยนโหมดวิธีใช้งานได้ตามทุกสถานการณ์

Network

WEP, WPA, WPA2, WPS

เป็นเทคโนโลยีการเข้ารหัสความปลอดภัยของระบบเครือข่ายไร้สาย เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีแอบเจาะรหัสเข้ามาแอบใช้งานอินเทอร์เน็ตของเรา หรือร้ายกว่านั้นอาจจะมาล้วงเอาไฟล์ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ หรือ NAS ที่เชื่อมต่อในเครือข่ายได้ ซึ่งในปัจจุบันนิยมเลือกตั้งค่ารหัสความปลอดภัยแบบ WPA2 ที่มีความปลอดภัยสูงสุด ส่วน WPS เป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์โดยไม้ต้องกรอกรหัสก็ถือว่ามีความปลอดภัยสูงเช่นกัน ส่วน WEP ไม่แนะนำให้ใช้ เพราะโดนเจาระรหัสผ่านได้ง่ายมาก

จริงๆ แล้วความรู้พื้นฐานเน็ตเวิร์คต่างๆ มีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่านี้หลายเท่า ไว้มีเวลาว่างๆ จะทะยอยนำมาเขียนไปเรื่อยๆ นะครับ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*